ในการเรียนภาษาอังกฤษให้เก่งนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกคือทักษะการฟัง ผู้เรียนจะต้อง “เน้น” ไปที่ทักษะการฟัง “บทสนทนาภาษาอังกฤษ” เป็นลำดับแรก นั่นคือเราจะต้องสามารถฟังบทสนทนาที่ใช้กันในชีวิตประจำวันก่อน ก่อนจะพัฒนาไปยังทักษะด้านการพูด การเขียนหรือการอ่านภาษาอังกฤษ
ในการที่จะพัฒนาทักษณะการพูดและการฟังบทสนทนาในชีวิตประจำวันนั้น ลำดับแรก คุณจะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกฟังภาษาอังกฤษที่มีรูปประโยคง่ายๆ หรือบทสนทนาที่ง่ายๆ ก่อน นี่คือหลักสำคัญในการที่จพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลักเกณฑ์แล้ว คุณควรใช้เวลาถึงร้อยละ 80 หรือมากกว่าในเวลาทั้งหมดที่มีในการเรียนภาษาอังกฤษไปกับการฝึกทักษะการฟัง เช่น ผู้เรียนตั้งเป้าจะเรียนภาษาอังกฤษวันละ 2 ชั่วโมง ในสองชั่วโมงนั้น ควรจะฝึกฟังมากถึง 90 นาที ส่วนเวลาที่เหลือเอาไปฝึกการพูด การอ่านและการเขียน
แต่ทั้งนี้ การฝึกฟังอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ คุณจะต้องมี”ระบบการฝึกฟัง” ที่มีประสิทธิภาพด้วย ลำดับแรก ผู้เรียนจะต้องหัดฟังภาษาอังกฤษที่ “ง่ายๆ” ขอเน้นว่าควรฟังบทสนทนาภาษาอังกฤษที่ง่ายๆ ก่อน ซึ่งคุณจะต้องหาบทสนทนาที่คุณสามารถเข้าใจในเนื้อหาได้มากกว่าร้อยละ 90 มาฟังให้ได้ ทางศูนย์การแปลทีไอเอสฯ ขอแนะนำการ์ตูนเด็กชื่อ Peppa Pig หรือคายุ (Calliou) ที่มีบทสนทนาในชีวิตประจำวันที่ง่ายต่อการรับฟัง ซึ่งมิใช่เป็นเพียงการ์ตูนที่เหมาะสำหรับเด็กเท่านั้น แต่เนื้อหาที่นำเสนอนั้นเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ การฝึกทักษะการฟังโดยใช้จิตใต้สำนึกก็สามารถกระทำได้โดยการฝึกฟังบทสนทนาหรือเนื้อหาเดิมๆ ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ซึ่งการรับฟังเรื่องเดิมๆ หลายๆ ครั้งจะทำให้การพัฒนาทักษะด้านภาษาจะลึกลงสู่ระดับจิตใต้สำนึกจนทำให้คุณสามารถเข้าใจเนื้อหานั้นๆ ได้ถ้วนทั่ว และสามารถนำบทสนทนาเหล่านั้นมาใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติและรวดเร็วเมื่อยามต้องการ
สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือการหมั่นสังเกตและมุ่งเน้นไปยังการฟัง “บทสนทนาที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน” ก่อนที่จะไปเรียนรู้การสนทนาอย่างเป็นทางการหรือพัฒนาด้านทักษะการเขียนการอ่าน บทสนทนาในชีวิตเป็นประจำวันคือบทสนทนาที่ใช้พูดกันโดยเจ้าของภาษาโดยไม่มีการใช้คำศัพท์วิชาการใดๆ ซึ่งบทสนทนาอาจประกอบไปด้วยคำแสลง การพูดเปรียบเปรย จังหวะหยุดสนทนา การตัดบทสนทนา และอื่นๆ ซึ่งน่าเสียดายที่การเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญตรงจุดนี้เท่าที่ควร ทั้งที่เป็นสิ่งที่สำคัญในการที่จะซึมซับและเรียนรู้ทำความเข้าใจในสิ่งที่เจ้าของภาษาพูดจริงๆ และช่วยให้เราสามารถสนทนากับเจ้าของภาษาได้คล่องแคล่วจริงๆ
ท้ายสุดนี้ ทางศูนย์การแปลทีไอเอส ฯ ขอเน้นย้ำว่าการเรียนภาษาอังกฤษนั้นจะต้องเริ่มต้นจาก “การฟังบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน” เป็นลำดับแรก ซึ่งสิ่งนี้จะปูพื้นฐานและสามารถต่อยอดไปยังทักษะด้านการพูด การอ่านและการเขียนในอนาคตที่มีประสิทธิภาพ และผู้ที่สนใจเรียนภาษาอังกฤษ ก็อย่าลืมบอกรับสมาชิกรับข่าวสารก่อนใครได้เร็วๆ นี้นะครับ