เคล็ดลับในการจดจำคำศัพท์ใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

เคล็ดลับในการจดจำคำศัพท์ใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

กฎ 80/20 เคล็ดวิธีในการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

ผู้ที่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ (หรือภาษาอื่นๆ ) ในช่วงแรกๆ นั้นต่างต้องการที่จะเรียนรู้วิธีการพูดได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาไม่นาน ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่เป็นอุปสรรคของผู้รียนก็คือเรื่องของคำศัพท์ (Vocabulary) ที่หลายครั้งเราคิดไม่ออกว่าเราจะใช้คำว่าอะไรดีในการสื่อสารออกมาเป็นคำพูด หากไม่มีคำศัพท์ในหัวของเราเลย ย่อมเป็นการยากที่จะพูด ฟัง เขียนหรือกระทั่งอ่านภาษาอังกฤษให้เข้าใจได้โดยง่าย หรือบางทีเราอาจจะสื่อสารได้โดยใช้คำพูดหรือประโยคที่ผิดๆ ถูกๆ อย่างที่เราคนไทยมักใช้กัน

วันนี้เราจะมาแนะนำ “วิธีการที่ได้ผลที่สุดในการเรียนรู้จดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ” ไปกับศูนย์การแปลทีไอเอสฯ กันนะครับ

เมื่อกล่าวถึงคำศัพท์แล้วก็มักมีคำถามตามมาว่า “แล้วเราจะต้องจดจำคำศัพท์มากน้อยแค่ไหนจึงจะสามารถพูดฟังภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว” ลองมาดูคำศัพท์ในดิกชั่นนารีกันดีกว่า คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ปรากฎในพจนานุกรมนั้นมีมากกว่า 600,000 คำ ห๊า… แล้วอย่างนี้ เราไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเหล่านี้กันทั้งชีวิตเลยหรือ แก่ตายกันพอดี

ข่าวดีคือว่า เราไม่จำเป็นต้องเรียนรู้คำศัพท์ทุกคำเพื่อที่จะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่อย่างใด ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเรานี้ตกอยู่ภายใต้ กฎ 80/20 ของพาราโตนั่นเอง (Pareto Principle) ซึ่งกฎนี้อธิบายไว้ว่า 20% ของบางสิ่งบางอย่างให้ผลครอบคลุมต่ออีก 80% ที่เหลือ ยกตัวอย่างเช่น

•      คนงานเพียงร้อยละ 20 สามารถผลิตผลงานได้มากถึงร้อยละ 80 ของผลงานทั้งหมด

•      ลูกค้าเพียงร้อยละ 20 สามารถสร้างยอดขายได้มากถึงร้อยละ 80 ของยอดขายทั้งหมด

•      ข้อผิดพลาดในการทำงานเพียงร้อยละ 20 สร้างความเสียหายถึงร้อยละ 80 ของงานทั้งหมด

•      และอื่นๆ

จริงๆ แล้ว กฎ 80/20 เป็นเพียงตัวเลขประมาณการเท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นอัตราส่วนอื่นๆ เช่น 90/10 หรือ 95/5 ก็ได้

เจ้าของภาษาใช้คำศัพท์หลักเพียง 3,000 คำเท่านั้นในการสนทนาและสื่อสารในชีวิตประจำวัน

กฎ 80/20 นั้นเป็นจริงเช่นเดียวกับการเรียนภาษาอังกฤษ (ภาษาอื่นๆ ก็เช่นกัน) แม้ว่าคำศัพท์ภาษาอังกฤษในพจนานุกรมมีมากหลายแสนคำก็ตาม แต่ เจ้าของภาษาชาวอเมริกัน อังกฤษ ฯลฯ ใช้เพียง 3,000 คำเท่านั้นในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ซึ่ง 3,000 คำศัพท์ดังกล่าวถูกนำมาใช้มากถึงร้อยละ 95 ของการสนทนาในชีวิตประจำวัน การโต้ตอบอีเมล การสนทนาทางโทรศัพท์ หรือกระทั่งในหนังสือพิมพ์และหนังสือให้ความรู้ต่างๆ

ดังนั้น แทนที่จะเรียนคำศัพท์หลายแสนคำ เราเพียงใส่ใจและจดจำคำศัพท์ที่ใช้บ่อยเพียงแค่ 3,000 คำเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจบทสนทนาในชีวิตประจำวัน สนทนาทางโทรศัพท์ รวมถึงการอ่านหนังสือประเภทต่างๆ ได้มากถึง 95% เราเรียกคำศัพท์เหล่านี้ว่า “คำศัพท์สำคัญ” คำศัพท์สำคัญเหล่านี้ต่างหากที่เราจะต้องหมั่นฝึกฝน จดจำ หรือท่องจำเพื่อให้สมองสามารถเรียกใช้ได้โดยอัตโนมัติเมื่อต้องการ

แม้บางคนอยากจะเข้าใจบทสนทนาทั้งหมด 100% ก็ตาม เราก็เห็นด้วยว่าหากสามารถทำได้ก็จะเป็นการดี แต่ในช่วงเริ่มต้นนี้ เราอยากให้ผู้เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษให้ความสำคัญกับคำศัพท์ 3,000 คำนี้ก่อนเป็นลำดับแรก หลังจากที่สามารถจดจำคำศัพท์สำคัญได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว ผู้เรียนสามารถเรียนรู้คำศัพท์อื่นๆ เพิ่มเติมได้ในภายหลัง จงจำไว้ว่า “เริ่มต้นด้วยกับคำศัพท์สำคัญก่อนเป็นลำดับแรก” หากต้องการสนทนาภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วในระยะเวลาไม่นาน

ณ ตอนนี้ ผู้เรียนเข้าใจแล้วว่าเราจะต้องใส่ใจกับ “คำศัพท์สำคัญหลักๆ” ก่อนเป็นอันดับแรก แต่เมื่อเราเจอคำศัพท์ใหม่ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคำศัพท์ไหนบ้างที่เป็นคำศัพท์สำคัญ วิธีการที่ดีที่สุดในการจดจำความหมายของคำศัพท์มีอะไรบาง ทางศูนย์การแปลทีไอเอสฯ จะอธิบายให้ฟังในตอนไป อย่าลืมติดตามกันนะครับ

Tag: รับแปลภาษาอังกฤษ | รับแปลเอกสาร | รับแปลภาษา

คุณสัจจา
คุณสัจจา
ผู้ก่อตั้ง ผู้บริหารและผู้จัดการทั่วไปของศูนย์การแปลนานาชาติทีไอเอส ทรานสเลชั่น ผู้ที่มีประสบการณ์ในแวดวงการแปลมานับทศวรรษ คุณสัจจาเป็นผู้เชื่อในหลักการ "Lifelong Learning" การเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งเป็นผู้ที่ชอบไขว่คว้าหาความรู้ด้านต่างๆ บนโลกออนไลน์อย่างไม่หยุดหย่อน