เคล็ดลับสำหรับนักพากย์มือใหม่

เคล็ดลับสำหรับนักพากย์มือใหม่

การเป็นนักพากย์เสียงอาจเป็นความฝันของคนหลายๆ คน เพราะนับตั้งแต่วัยเด็กเราได้ดูการ์ตูนและภาพยนตร์จำนวนมากที่มีเสียงพากย์ที่คุ้นเคย อาทิ เสียงพากย์การ์ตูนโดเรม่อนจากทีมงานช่อง 9 การ์ตูน หรือภาพยนตร์จีนหลายเรื่องที่มีทีมงานนักพากย์ชื่อก้องอย่างพันธมิตร ซึ่งอาจทำให้หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นนักพากย์อย่างมืออาชีพอย่างพวกเขาบ้าง แต่เส้นทางอาชีพนักพากย์ ก็เป็นเช่นทุกๆ อาชีพที่ต้องมีการเรียนรู้ พัฒนา ฝึกซ้อม จนเกิดความชำนิชำนาญจึงจะประสบความสำเร็จได้

วันนี้เรามีคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับนักพากย์มือใหม่ที่อยากเดินเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพนี้กันดังนี้

เริ่มพากย์โดยการอ่านจากสคริปท์

การพากย์เสียงโดยการอ่านสคริปท์ที่เตรียมไว้เป็นคำแนะนำลำดับแรกสำหรับนักพากย์มือใหม่ทุกคน หรือแม้กระทั่งมือเก๋าก็ตาม

นักอยากพากย์จะต้องฝึกอ่านสคริปท์ แต่เดี๋ยวก่อน การอ่านสคริปท์มิใช่อ่านในใจให้ตัวเองได้ยินอยู่คนเดียว มือใหม่ทุกคนจะต้องฝึกอ่าน อ่าน อ่าน แล้วก็อ่านสคริปท์ทุกๆ วันเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับการอ่าน คุณควรฝึกอ่านโดยมีการเว้นวรรคตอนที่ถูกต้อง การออกเสียงสูงเสียงต่ำตามเนื้อหาสคริปท์ ส่วนสคริปท์ที่อ่านนั้นสามารถเป็นเนื้อหาอะไรก็ได้ไม่วาจะเป็นหนังสือพิมพ์ นิตยสาร เนื้อหาบนเว็บไซต์ ฯลฯ ประเด็นสำคัญคือการที่นักพากย์มือใหม่อย่างคุณจะต้องฝึกนิสัยการอ่านและการฝึกซ้อมให้เป็นประจำเท่านั้นเอง อย่าลืมว่า ยิ่งซ้อม ยิ่งเก่ง

งานพากย์เสียงทุกชิ้นเริ่มต้นด้วยสคริปท์หรือบทพากย์ สิ่งที่คุณจะตระหนักได้อย่างรวดเร็วเมื่อเริ่มซ้อมอ่านสคริปท์ก็คือ บทพากย์หรือสคริปท์ที่แม้ว่าจะเขียนได้ดีพียงใดก็ตาม แต่เมื่ออ่านออกเสียงแล้วในบางครั้งอาจฟังแล้วแปร่งหูก็เป็นได้ เพราะกลุ่มเป้าหมายของงานเขียนกับการพากย์เสียงแตกต่างกันนั้นเอง

ดังนั้น คุณจะต้องฝึกนิสัยให้เป็นคนที่รักการอ่านและเรียนรู้ที่จะตีความเนื้อหาที่แท้จริงในสครปท์เพื่อนำมาปรับให้เหมาะสมกับงานพากย์เสียงนั้นเอง ในภาษาอังกฤษเรียกกระบวนการนี้ว่า Voice Acting (แอคติ้งเสียง)  ดังนั้นงานพากย์เสียงเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับทักษะการแอคติ้งและทักษะการอ่าน ดังนั้นนักพากย์เสียงมือใหม่จำเป็นที่จะต้องอ่านและฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ

ดังนั้น วิธีการซ้อมอ่านสคริปท์ก็คือการอ่านออกเสียงออกมาให้ชัดเจน เมื่อคุณอ่านออกเสียงออกมาคุณจะรู้เองว่าข้อผิดพลาดที่คุณควรปรับปรุงมีอะไรบ้าง คุณก็กลับไปอ่านทบทวนและแก้ไขข้อผิดพลาดในการอ่านบทสคริปท์เหล่านั้นจนกว่าคุณจะอ่านได้คล่องแคล่ว หากคุณใช้สคริปท์ที่หามาได้จากโลกอินเตอร์เน็ท คุณควรตรวจสอบรูปแบบการใช้ภาษาและไวยากรณ์ก่อนทำการซ้อมอ่านสคริปท์ด้วย และอย่าลืมพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษโดยกำหนดขนาดตัวอักษรให้ใหญ่เพียงพอที่จะอ่านได้โดยง่าย

ขั้นตอนถัดไปในการพากย์คือ การปรับเปลี่ยนบทพากย์หรือสคริทป์ตัวหนังสือให้ออกมาโลดแล่นผ่านเสียงพากย์นั่นเอง

เปลี่ยนสคริปท์ให้มีชีวิตผ่านเสียงพากย์

การพากย์เสียงมีสองส่วนที่สำคัญคือ

  1. การฝึกซ้อมเชิงเทคนิค ได้แก่ การฝึกทักษะการอ่าน การเลือกใช้คำ การฝึกอ่านออกเสียง รวมถึงการฝึกการหายใจ
  2. การตีความบทพากย์หรือสคริปท์ โดยเน้นเสียงขึ้นลงในจุดที่ควรให้ความสำคัญ

ในฐานะนักอยากพากย์หรือมือใหม่ คุณสามารถพัฒนาทักษะการตีความบทพากย์หรือสคริปท์ได้โดยการจินตนาการว่าคุณกำลังพูดอยู่กับใครซักคนไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เพื่อนบ้าน หรือคนรู้จัก นี่เป็นวิธีการง่ายๆ ที่คุณสามารถฝึกซ้อมได้เป็นประจำทุกวัน

การแอคติ้งเสียงเป็นการนำเอาบทพากย์ที่อยู่ในรูปแบบของตัวอักษรมาทำให้มีชีวิตผ่านการอ่านออกเสียงราวกับว่าคุณเอาบทหรือตัวละครที่อยู่ในหนังสือมาออกโลดแล่นในชีวิตจริง หรือทำให้หนังสารคดีมีความน่าสนใจมากขึ้น หรือทำให้เนื้อหาโฆษณาเป็นที่น่าสนใจเมื่อผู้ชมได้รับฟังเสียงพากย์ของคุณ การทำความเข้าใจถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครหรือสคริปท์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อที่จะให้การพากย์ของคุณสามารถ่ายทอดผ่านเสียงพากย์ได้อย่างมืออาชีพ สิ่งสำคัญของเส้นทางการเป็นนักพากย์มืออาชีพ คือ ซ้อม ซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อมนั่นเอง

นักพากย์มือใหม่อาจลองฝึกซ้อมบทพากย์โดยใส่อารมณ์ความรู้สึกต่อไปนี้ร่วมด้วย อาทิ

  • โมโห
  • วิตกกังวล
  • หยิ่งยะโส
  • อับอาย
  • เบื่อหน่าย
  • เชื่อมมั่น
  • เพลิดเพลิน
  • สะเทือนใจ
  • อึดอัด
  • เหน็ดเหนื่อย
  • อับอาย
  • กลัว
  • รู้สึกผิด
  • มีความสุข
  • มีความหวัง
  • ฮิสทีเรีย
  • โดดเดี่ยว
  • อยู่ภายใต้ห้วงความรัก
  • หลงรัก
  • หลงใหล
  • โรแมนติค
  • หวาดกลัว

คุณอาจเลือกบทพากย์จากนวนิยายในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วนำมาฝึกซ้อมโดยการใส่อารมณ์ความรู้สึกลงไป แล้วพากย์เสียงสคริปท์นั้นๆ ออกมา

เริ่มต้นพากย์ – ซ้อมเสียง

ก่อนเริ่มต้นพากย์เสียงในชิ้นงานใดๆ สิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือการซ้อมเสียง เสียงของคุณอาจไม่ได้ดั่งที่ใจคิดแต่แรกในทันที ดังนั้น การซ้อมเสียงในช่วงแรกๆ เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นสองส่วนในช่วงของการซ้อมก็คือ ร่างกายและเนื้อเสียงของคุณ หากคุณรู้สึกตึงเครียดหรือวิตกกังวล อาจทำให้เสียงที่ออกมาไม่ได้ดีตามมาตรฐานที่ควรจะเป็นก็ได้

อันดับแรก คุณพยายามผ่อนคลายและให้ความสำคัญกับเนื้อหางานที่อยู่ต่อหน้า คุณอาจเริ่มต้นโดยขยับตัวไปมาเล็กน้อยๆ ยืดเส้นยืดสาย โดยพยายามควบคุมลมหายใจเข้าออกให้เป็นปกติและสม่ำเสมอ หรือคุณอาจหมุนศรีษะซ้ายขวาหรือหมุนตามและทวนเข็มนาฬิกาซักสองสามรอบ หมุนหัวไหล่บิดซ้ายบิดขวาเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวร่างกายง่ายๆ เหล่านี้อาจะช่วยให้คุณผ่อนคลายความเกร็งลงได้ในระดับหนึ่ง

  • ยืนหน้ากระจก ขยับส่วนต่างๆ ของใบหน้าเพื่อเป็นการออกกำลังกล้ามเนื้อบนใบหน้า ขยับคิ้ว ปาก แก้มขึ้นลง ขยับซ้าย ขยับขวา อ้าปากให้กว้างแล้วปิดปากเช่นเดิม ทำซ้ำซักสามสี่รอบ
  • ขยับกล้ามเนื้อใบหน้าโดยการย่นหน้า ย่นคิ้ว ย่นหน้าฝากหรือทำอย่างไรก็ได้ให้กล้ามเนื้อบนใบหน้ามีความเคลื่อนไหว
  • ทดลองอ่านสคริปท์ที่ช่วยฝึกฝนการพูดให้คุณมีคล่องแคล่วมากขึ้น เช่น หีบมากมายหลายหีบยกหีบหนี หีบมากมีหนีหีบหนีบหนีหาย เห็นหนีหีบหนีบหนีกันมากมาย เห็นหีบหายหลายหีบหนีบหนีเอย หรือสคริปท์อื่นๆ ในทำนองเดียวกัน

บันทึกเสียงจริง

สิ่งสำคัญของการแอคติ้งเสียงคือการได้ยินเสียงตัวเองที่ได้บันทึกไว้ คุณจะรู้ได้ทันทีว่าเสียงพากย์ที่ออกมาดีเพียงใดหรือคุณอ่านสคริปท์ได้ดีแค่ไหน มีจุดใดต้องแก้ไข ปรับปรุงบ้าง ดังนั้น การบันทึกเสียงพูดหรือเสียงพากย์เป็นสิ่งสำคัญในขั้นตอนนี้

ในช่วงเริ่มแรก ถ้ามีงบเพียงพอ เราขอแนะนำให้เริ่มต้นจากการมีโฮมสตูดิโอเล็กๆ ที่บ้าน ในฐานะนักพากย์มือใหม่ คุณสามารถใช้คอมพิวเตอร์หรือแลปท็อปก่อนก็ได้ ซึ่งหากใครใช้ Mac ก็จะมีคุณภาพเสียงที่ดีกว่าพีซีทั่วๆ ไป ลำดับแรก คุณเริ่มทำการบันทึกเสียงพากย์โดยการอ่านสคริปท์แล้วเปิดโปรแกรมบันทึกเสียงในคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็เปิดฟังเสียงพากย์ของคุณเอง หากคุณมีความสามารถในการตัดต่อเสียงเบื้องต้นก็จะดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการลดเสียงรบกวน การเพิ่มคุณภาพเสียงเบื้องต้น แต่ในขั้นนี้สิ่งที่สำคัญคือการได้ฟังเสียงพากย์ของตัวเอง

สำหรับการพากย์เสียงนั้น สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือไมโครโฟนคอนเดนเซอร์และซาวด์การ์ด ทางเราขอแนะนำไมโครโฟนและการ์ดเสียงในช่วงระดับราคา 5,000 บาทขึ้นไปจึงจะให้เสียงที่มีคุณภาพดีในระดับหนึ่ง ส่วนไมโครโฟนธรรมดา หรือกระทั่งไมโครโฟนที่ติดมากับคอมพิวเตอร์ทั่วไป ยากที่จะสร้างสรรค์งานเสียงที่มีคุณภาพออกมาได้หากเทียบกับไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ เมื่อคุณได้ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์มาแล้ว คุณก็เสียบสาย USB เข้าในช่องเสียบของคอมพิวเตอร์หรือการ์ดเสียงเพื่อพร้อมสำหรับการบันทึกเสียงพากย์ของคุณ

เมื่อคุณพร้อมแล้ว คุณควรทำการบันทึกเสียงและอ่านสคริปท์สั้นๆ ในห้องที่เงียบ ปราศจากเสียงรบกวน โดยเริ่มอ่านสคริปท์สั้นๆ และตรวจสอบดูว่าระดับเสียงเหมาะสมหรือไม่ ไม่ดังไป ไม่เบาไป เป็นต้น

จากนั้น ก็เริ่มทำการบันทึกเสียงจริง อ่านสคริปท์โดยจัดตำแหน่งไมโครโฟนในระดับความสูงที่พอเหมาะ อ่านและบันทึกเสียง จากนั้นเปิดย้อนกลับไปฟังเสียงที่บันทึกไว้ และเมื่อบันทึกเสียงแล้วเสร็จ คุณสามารถหาโปรแกรมตัดต่อเสียงเพื่อมาเปิดฟังและแก้ไขเพิ่มคุรภาพเสียงในภายหลังได้ โดยโปรแกรมฟรียอดนิยมก็คือโปรแกรม Audacity นั่นเอง

บทสรุป

เส้นทางสู่การเป็นนักพากย์มืออาชีพนั้น มีสิ่งที่จะต้องให้เรียนรู้อีกมากมาย สำหรับในวันนี้ ศูนย์การแปลทีไอเอส ผู้นำในการให้บริการด้าน รับแปลเอกสาร รับแปลภาษา รับพากย์เสียง และจัดส่งล่ามระดับมืออาชีพ ได้ให้คำแนะนำ ทิป และเคล็ดลับสำหรับนักพากย์มือใหม่ทุกท่านไว้แล้ว เพียงคุณนำไปปฏิบัติ เราเชื่อว่าคุณสามารถที่เดินเข้าสู่เส้นทางสายนี้ได้อย่างแน่นอน

ภาพประกอบ Pixabay

คุณสัจจา
คุณสัจจา
ผู้ก่อตั้ง ผู้บริหารและผู้จัดการทั่วไปของศูนย์การแปลนานาชาติทีไอเอส ทรานสเลชั่น ผู้ที่มีประสบการณ์ในแวดวงการแปลมานับทศวรรษ คุณสัจจาเป็นผู้เชื่อในหลักการ "Lifelong Learning" การเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งเป็นผู้ที่ชอบไขว่คว้าหาความรู้ด้านต่างๆ บนโลกออนไลน์อย่างไม่หยุดหย่อน