10 วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณเป็นคนที่มีความสุขมากกว่าเดิม

10 วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณเป็นคนที่มีความสุขมากกว่าเดิม

10 วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณเป็นคนที่มีความสุขมากกว่าเดิม 

ความสุขเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ที่ทำให้เราเดินก้าวผ่านแต่ละวันไปได้เป็นอย่างดี แต่ก็คงมีอีกหลายคนที่มัวจมอยู่แต่กับความทุกข์ในใจที่ไม่มีวันจบสิ้น คงจะดีไม่น้อยหากเราเรียนรู้ที่จะมีความสุขจากตัวเราเองบ้าง โดยที่ไม่จำเป็นต้องร้องขอความสุขนี้จากใครเลยล่ะ ว่าแล้วก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า


    1. อย่าเริ่มต้นด้วยอะไรที่ลึกซึ้งเกินไป

    การข้ามขั้นไปนั่งสมาธิทั้งวันเลย หรือถามตัวเองเกี่ยวกับตัวตนของเรานั้นเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดีแน่ เราควรจะเริ่มต้นด้วยอะไรที่ง่าย ๆ ก่อน อย่างการนอนหลับพักผ่อนในช่วงเวลาที่เหมาะสม และไม่ปล่อยให้ตัวเองหิวจนเกินไป หลักวิทยาศาสตร์ก็สนับสนุนวิธีการนี้นะ เพราะการกินและการนอนเนี่ยเป็นปัจจัยสำคัญของความสุขในชีวิตเราเลยล่ะ

    2. ปล่อยให้ความโกรธจางหายไปพร้อมกับดวงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าในแต่ละวัน

    เราควรจะกำจัดความรู้สึกไม่ดีที่เรามีมาทั้งวันออกไปให้หมด ก่อนที่เราจะเข้านอนในแต่ละวัน เพราะจากการศึกษาแล้วพบว่าการล้างแค้นเพื่อระบายความโกรธนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ เพราะการระบายความโกรธที่เกิดจากเรื่องเพียงเล็กน้อยนั้นมักจะทำให้เรารู้สึกโกรธมากขึ้นกว่าเดิม เราจึงควรปล่อยวาง ไม่แสดงความโกรธออกไป เพื่อให้ความโกรธนั้น จางหายไปเอง

    3. แกล้งทำเป็นว่าเรามีความสุข แล้วเราจะรู้สึกมีความสุขขึ้นมาเองจริง ๆ

    ความรู้สึกนั้นมักจะเกิดขึ้นตามการแสดงออกของเราเอง อย่างเช่น ถ้าเรารู้สึกแย่ ๆ ให้แกล้งทำตัวร่าเริง แล้วเราจะพบว่าเราจะมีความสุขเพิ่มขึ้น แล้วคุณจะทึ่งกับผลลัพธ์ของวิธีการนี้

    4. สิ่งที่คุ้มที่จะทำ คือสิ่งที่คุ้มจริงๆ ที่จะทำ

    ความท้าทายและสิ่งที่แปลกใหม่คือส่วนสำคัญในความสุขอีกอย่างหนึ่ง สมองของเรามักจะถูกกระตุ้นด้วยความรู้สึกประหลาดใจ และถ้าเราจัดการกับสถานการณ์ที่เราไม่คาดคิดได้สำเร็จ จะทำให้เรารู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก คนที่ได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ อย่างการเล่นเกม ไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่เราไม่คุ้นเคย มักจะมีความสุขกว่าคนที่ยึดติดแต่กับอะไรเดิม ๆ และบอกกับตัวเองว่าให้อยู่กับความล้มเหลวให้ได้ เพื่อที่จะได้รับมือกับการไปสู่จุดมุ่งหมายที่อาจจะมีสิ่งเลวร้ายมากกว่านี้อีกเกิดขึ้น

    5. อย่าจัดการความเศร้าด้วยการทำในสิ่งทีเราอยากจะทำ

    บ่อยครั้งที่เราจัดการความเศร้าของเราด้วยการทำในสิ่งที่ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะความพึงพอใจที่ได้ทำสิ่งนั้น ๆ อยู่ได้ไม่นานหรอก เพราะเดี๋ยวเราก็จะกลับมาเศร้าอีก แถมยังเป็นยิ่งกว่าเดิมด้วย อย่างถ้าเราคิดว่าจะคงจะรู้สึกดีขึ้นนะ ถ้าได้ดื่มไวน์ ทานไอศกรีมสักแท่ง หรือสูบบุหรี่สักมวน หรือซื้อกางเกงยีนส์ใหม่สักตัว แต่มันจะดีกว่ามั้ย ถ้าเราหยุดคิดถึงเรื่องนั้นสักครู่ แล้วลองถามตัวเราเองดูว่าจริง ๆ แล้วของเหล่านั้นมันทำให้เรารู้สึกดีขึ้นจริง ๆ รึเปล่า

    6. ออกไปหาซื้อความสุข

    โดยจิตใต้สำนึกเราแล้ว เรามักจะต้องการความรัก ความปลอดภัย และการประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราทำ และเรายังอยากที่จะเป็นผู้ควบคุมสิ่งต่าง ๆ ถึงแม้ว่าเงินจะไม่สามารถเติมเต็มความต้องการเหล่านั้นได้ในทันที แต่มันก็ยังพอจะช่วยเราได้บ้าง อย่างการใช้จ่ายเงินไปเพื่อการติดต่อสื่อสารกับคนในครอบครัวกับเพื่อน การดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน การขจัดความขัดแย้งในชีวิตสมรส การเกื้อหนุนสิ่งสำคัญต่าง ๆ การเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในชีวิต

    7. อย่าหวังแต่ในสิ่งที่ดีที่สุด

    จะมีคนอยู่ 2 ประเภทที่มีความคิดในการตัดสินใจที่แตกต่างกัน ประเภทแรกคือ คนที่พอใจแล้วที่ได้รับในสิ่งที่ต้องการ กับอีกประเภทหนึ่งคือ คนที่คาดหวังว่าจะได้ในสิ่งที่ดีที่สุด ที่ถึงแม้ว่าเขาจะได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว แต่ก็ยังหวังว่าจะได้ในสิ่งที่ดีกว่านั้น และเขาก็ยังตัดสินใจที่จะเลือกไม่ได้ ถ้าเขายังไม่ได้พิจารณาในทุก ๆ รายละเอียด คนประเภทแรกดูจะเป็นคนที่มีความสุขกว่าคนประเภทที่สอง เพราะคนประเภทที่สองนี้จะมัวแต่เสียเวลาไปกับการตัดสินใจเลือกรับเอาแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น
    บางครั้งสิ่งที่ดีพอก็คือสิ่งที่พอดีแล้วล่ะนะสำหรับเรา

    8. ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มพลัง

    คนเราถึงแม้จะรู้ว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็มักจะบอกกับตัวเองว่า วันนี้เราทำงานเหนื่อยมากแล้ว ไม่ออกกำลังกายแล้วดีกว่า ผิดเลยนะ ถ้าคิดแบบนี้ เพราะการออกกำลังกายนี้เป็นช่วยกระตุ้นให้เรามีความสุขได้ดีที่สุดเลยล่ะ ถึงแม้ว่าเราจะเดินออกกำลังกายเพืยงแค่ 10 นาที แต่นี่ก็ช่วยให้เรามีหน้าตาที่สดใสขึ้นนะ

    9. หยุดการเป็นคนจู้จี้ขี้บ่นซะ

    การเป็นคนขี้บ่นนี้ ไม่ได้ทำให้เกิดอะไรที่ดีขึ้นมาหรอก เพราะนอกจากจะทำให้คนรอบข้างรู้สึกรำคาญและเบื่อหน่ายแล้ว คนรอบข้างก็จะคิดว่าเราเป็นคนปากจัด ขี้หงุดหงิด ไม่อยากเข้าใกล้ แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนมาพูดให้น้อยลงบ้าง เราจะพบว่าเราจะมีความสุขขึ้น ที่เราไม่ต้องเสียเวลามาบ่น แถมยังทำงานได้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย คนรอบข้างเราเองก็จะมีความสุขไปด้วย แถมการได้ลงมือทำงานเองแบบที่ไม่ได้ไปเสียเวลาสั่งใครทำให้วุ่นวาย เราก็จะได้เห็นข้อผิดพลาดของงานเอง และทำให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    10. ลงมือทำ

    หลายคนเชื่อว่าการมีความสุขนั้นขึ้นอยู่กับสภาวะทางอารมณ์ที่มีมาตั้งแต่เกิด และถึงแม้ว่าพันธุกรรมขอเราเองจะมีความสำคัญ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของระดับความสุขที่คุณมีนั้น คุณสามารถควบคุมมันได้ล่ะ ลองใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ตั้งสติ แล้วลองทำตามขั้นตอนข้างต้นนี้ทีละขั้น ๆ แล้วคุณจะพบว่าชีวิตของคุณจะมีความสุขมากขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี

    บทความนี้มาจาก: RealSimple.com
    ภาพประกอบ: Unsplash